ขอบคุณเพือนๆไดคลับทุกคนค่ะ

ก่อนอื่นต้องขอบคุณเพือนๆไดคลับทุกคนที่เป็นกำลังใจให้แม่พี่นะคะ
ขอบคุณสำหรับ

ทุกข้อความผ่าน SMS
ทุก email
ทุก comment ในหน้าที่แล้วและหน้านี้ http://vivienne.diaryclub.com/?date=20060613
ทุกสายโทรศัพท์ที่โทรเข้ามา
ทุกตัวอักษรที่ถามสารทุกข์สุขดิบผ่านทางหน้าจอ MSN

ไม่รู้จะบอกว่าอะไรนะคะ ขอบอกคำเดียวว่า "ขอบคุณจากใจจริงค่ะ"

นี่คือความสวยงามในโลกของไซเบอร์ ที่หลายๆคนมักคิดว่ามีแต่ความหลอกลวง ไม่จริงใจ แต่พี่ได้สัมผัสความรุ้สึกดีๆผ่านหน้า diaryclub แห่งนี้ หลายๆคนที่ไม่เคยเจอกัน หลายๆคนอยู่อีกซีกโลกนึง ก็ยังฝากความห่วงใยมาให้ทั้งทาง email & MSN พี่จะไม่ลืมความรู้สึกดีๆนะคะ

ตอนนี้อยากอัพเดทอาการของแม่นิดนึงนะคะ เผือว่าใครมีญาติผุ้ใหญ่มีอาการใกล้เคียงจะได้ตั้งตัวทันคะ

ตอนนี้คงไม่ได้ไปเยียมไดเพือนๆนะคะ เพราะเวลาส่วนมากจะอยู่ที่โรงพยาบาลนะคะ อยากอยุ่กับแม่ให้มากที่สุดคะ

-------------------------------------------

แม่พี่ติดเชื้อในแบคทีเรียในกระแสเลือดชื่อ Klebsiella Pneumoniae (แคปเซลล่า นิวโมเนีย)

อาการแรกเริ่มจะมีอาการแบบนี้

- แรกเริ่มจะมีการเป็นไข้อ่อนๆ เรามักคิดว่าไม่เป็นไรคงเป็นไข้ธรรมดากินยาแล้วหาย ต้องไปหาหมอนะคะ

- ไข้จะสูงขึ้นเรือยๆ จนหนาวสั่น ไข้สูงมาก

- หากไปพบแพทย์ตอนแรก แพทย์จะสันนิษฐานว่าอาจเป็นไข้หวัดใหญ่ หรือไข้เลือดออกจะรับตัวไว้

- อาการต่อมาคือไข้ไม่ยอมลด ไข้สูงประมาณ 39-40 C

- ถ้าเจอะเลือดไปจะพบว่ามีเกร็ดเลือดต่ำ คนเราปกติควรมีประมาณ 360,000 แต่วันแรกที่แม่พี่เจอะมี 180,00 ลดลงทีละวันจนเหลือ 90,000 และ 50,000 นี่คืออาการที่เหมือนกับไข้เลือดออก หมอยืนยันว่าเป็นไข้เลือดออก

- วันต่อมาไข้ไม่ลด หายใจไม่สะดวก หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก ไข้สูงมากเริ่มเพ้อ และอากเจียนเป็นเลือดปนออกมา แพทย์จึงพาไปเอ็กซ์เรย์ปอด แพทย์พบว่าปอดมีจุดขาวๆกระจาย และมีอาการน้ำท่วมปอด กระบังลมดันไปที่ปอดทำให้ปอดหดเนืองจากกระบังลมต้องทำงานหนัก ทำให้ปอดบวมและน้ำท่วมปอด ลองดูรายละเอียดเพิ่มที่ http://www.bcnnv.ac.th/webadult/Pneumonia.htm และส่งเข้าห้อง ICU ต่อท่ออ๊อกซิเจนเป็นจากปากถึงปอดใช้เครืองควบคุมระบบหายใจ 100% เนืองจากคนไข้หายใจเองไม่ไหว

- แพทย์ส่งเลือดไปห้องแลปซ้ำพบว่ามีการติดเชือแบคทีเรียในกระแสเลือด คือ Klebsiella Pneumoniae แพทย์บอกว่าปกติจะพบแบคทีเรียตัวนี้ในลำใส้ ซึ่งไม่อันตรายแต่ถ้ามาติดเชื้อข้างนอกถือว่าอันตรายมาก ส่วนมาเชื้อนี่จะไปติดที่ ทางเดินปัสสาวะ ทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจส่วนล่าง มดลูก ช่องคลอด และผิวหนัง

- หมอต้องการทำ ultrasound ช่องท้องเพราะสันนิษฐานว่าจะมีฝีเล็กๆที่ตับและไตก่อน ถึงลามไปที่ปอด ผล ultrasound พบว่ามีฝีเล็กๆกระจายที่ตับ ไต และเป็นมากกว่าที่ปอดจึงสันนิษฐานได้ว่าเชื้อโรคกระจายไปที่ตับไตก่อนและลามไปที่ปอด

- แพทย์ต้องให้ยาฆ่าเชื้ออย่างรุนแรงให้ฝียุบ ถ้าหากไม่ได้ผลต้องเจอะช่องท้องดูดเอาหนองออก ทางออกสุดท้ายคือผ่าตัดแต่จะลำบากมากเพราะฝีกระจายไปทั่วไม่ใช่เม็ดเดียว และเกร็ดเลือดคนไข้ต่ำมากอาจทำให้เลือดไม่หยุดไหล

- หมอให้ยาชื่อ Domicum เป็นยาเหมือนให้นอนหลับเพราะพอแม่ตื่นแม่จะพยายามดึงสายอ๊อกซิเจนออกเพราะว่าคงรุ้สึกว่ามีอะไรคาอยู่ในคอ และการหายใจจะไม่เป็นไปตามเครืองจะทำให้หอบ หัวใจเต้นแรง ชีพจรสูง ความดันตก เสียงต่อการที่ปอดจะแตกได้ จึงต้องให้ยานี้เพือให้แม่หลับ

- หมอสังเกตว่าแม่มีอาการซึมหลังจากหยุดยา Domicum ซึ่งคนไข้ควรจะตื่นและยกแขนขาได้ปกติ แต่แม่แค่ลืมตา ขยับขาและแขนเล็กน้อย บีบมือลูกได้เล็กน้อย ทำให้เราต้องเสียน้ำตาออกมาเพราะสงสารแม่เหลือเกิน หมอสันนิษฐานว่าเชื้อโรคอาจไปรบกวนสมอง หรืออาจมีฝีในสมอง หรือสมองอาจขาดอ๊อกซิเจนไปชั่วขณะ จึงจะส่งแม่ไปสแกนสมอง แต่ว่าตอนนี้หมอบอกว่าเสี่ยงเกินไปที่จะย้ายคนไข้ไปสแกนสมองชั้นล่าง

- วันรุ่งขึ้นอาการตอบโต้ของแม่ยังคงไม่มี หลับอย่างเดียว ทำให้เจ็บก็แทบจะไม่รู้สึกหมอจึงเสียงที่จะพาแม่ไปสแกนสมองเพราะถ้าไม่ทำอะไรเลยคงเสียงมากเกินไปเช่นกัน

- ผลการสแกนสมองปรากฏว่ามีเลือดออกในสมอง ต้องผ่าตัดสมองทันที แต่ว่าความดันและเลือดยังต่ำอยู่ต้องให้ยาเพิ่มความดัน ให้เลือด ถ้าความดันดีขึ้น > 100 ถึงจะผ่าตัดได้แต่ถ้า < 100 ผ่าตัดไม่ได้เด็ดขาดเพราะคนไข้อาจจะช็อคได้ เวลาผ่านไปประมาณสามชั่วโมง ความดันดีขึ้นหมอจึงโทรมาแจ้งว่ากำลังพาแม่เข้าห้องผ่าตัด เราจึงไปเฝ้าแม่หน้าห้องผ่าตัด หมอแจ้งว่าการผ่าตัดครั้งนี้เสียงมาก ถ้าระหว่าผ่าตัดที่ยังไม่เสร็จและความดันคนไข้ตก หมอจะยุติการผ่าตัดทันที เวลาผ่านไประหว่าง 20:30 - 22:50 ก็ผ่าตัดสำเร็จ เราดีใจมากๆ 15 June 2006

- หลังจากผ่าตัด 13 ชั่วโมงแม่ลืมตาได้ ขยับแขนขาได้ดีกว่าก่อนผ่าตัด และยกแขนได้ แม่จับมือเรากับน้องชายและบีบแน่น แม่คงอยากจะสื่อให้เรารู้ว่าแม่รับรุ้ว่าเรามา เราคุยกับแม่ แม่มองหน้า น้ำตาไหล และยกมื่อขึ้นมาจับหน้าเรากับน้อง เราร้องไห้บอกแม่ว่าให้แม่พักผ่อนเยอะๆเราจะดูแลน้องชายอย่างดีไม่ต้องกังวลอยากให้แม่หายเร็วๆและมาเลี้ยงหลานด้วยกัน แม่มองหน้า บีบมือเรากับน้องเป็นจังหวะ

- หลังจากนั้นอีกห้าชั่วโมง เราเรียกแม่อีกแม่มองหน้า บีบมือ น้ำตาคลอ แต่ไม่ได้ยกมือขึ้นมาอีก หมอบอกว่าให้ดูอาการก่อนเพราะว่าเพิ่งออกจากห้องผ่าตัดใหญ่ยังไม่เกิน 24 ชั่วโมง พยาบาลบอกว่าดีแล้วที่แม่รุ้สึกตัว กำลังใจแม่ดีมากๆ แม่สู้และอดทนมาก พยาบาลให้ทำอะไรจะพยายามทำ และสือออกมาทางแขนซ้าย ขาซ้าย หมอบอกว่าอาการดีขึ้นกว่าก่อนผ่าตัดมาก ให้รอดูอาการต่อไป ถ้าเลือดที่ออกในสมองหยุดก็ดีมาก ถ้าไม่หยุดต้องผ่าซ้ำ as of 16 June 2006

----------------------------------------

ตอนที่หมอขอผ่าตัดแม่ เราสับสนมาก กลัวมากเพราะหมอบอกว่าถ้าไม่ผ่าแม่เราไปแน่ๆ แต่ถ้าผ่านก็เสียงสูงมากหมอไม่การันตีว่าจะผ่าตัดสำเร็จหรือเปล่าซึ่งเป็นเรืองที่ยากมากและเสียงมากเนืองจากคนไข้มีอาการแทรกซ้อนหลายอย่าง ถ้าผ่าสำเร็จแม่อาจไม่เหมือนเดิม เราจึงโทรไปปรึกษาปู่ที่เป็นหมอซึ่งตอนนี้เกษียณแล้ว ปุ่ให้ข้อคิดว่า "อ้อต้องให้โอกาสแม่ ให้โอกาสหมอ ให้โอกาสแม่มีชีวิตอยู่ไม่ว่าแม่จะอยู่ในสภาพใดก็ตาม ทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่ลูกจะทำให้แม่ได้ในบั้นปลายชีวิต ให้โอกาสแม่ แม่มีสิทธิ์ที่จะมีลมหายใจอยู่ไม่ว่าในสภาพใดก็ตาม" เราจึงตัดสินใจให้หมอผ่าตัดแม่ทันที และไปเซ้นต์เอกสารยินยอมให้ทำการรักษา และจะยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างที่จะตามมาหลังจากการผ่าตัด และเราก็ดีใจที่เราคิดว่าเราไม่ได้คิดผิดเลย ออกมาจากห้องผ่าตัดแม่มองเราได้อีก จับมือเราได้ แค่นี้ก็มีกำลังใจแล้ว ส่านเรืองติดเชื่อในกระแสเลือดก็ต้องรักษากันต่อไป ซึ่งหมอบอกว่าหมอได้รักษาตามมาตรฐานแพทย์ทั่วโลกที่เค้าทำกัน และควรทำ

------------------------------------------

ช่วงนี้ก็ไปทำบุญให้แม่บ่อยๆ เอาเงินของแม่นะแหละไปทำ แม่จะได้บุญเต็มที่และอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรของแม่ด้วย เราไปถวายสังฆทานที่วัดสังฆทานเพราะวันนี้เรากับแม่ไปทำบุญกันตั้งแต่เราอายุสิบกว่าขวบ ทำบุญสร้างห้องน้ำที่วัดธรรมกายเพราะมีคนบอกว่าจะถ่ายทุกข์ถ่ายโรค และไปถวายทองสร้างฐานดอกบัวทองสำหรับประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่วัดสังฆทาน ก่อนนอนก็สวดมนต์ขอให้พระคุ้มครองแม่ให้หายเจ็บปวด

--------------------------------------------

     Share

<< ทำไมไม่ดิ้น ?ความหวัง.... >>

Posted on Sat 17 Jun 2006 10:43

 

 

 

It's a boy !!
ความสุขเล็กๆ
ดุ๊กดิ้กๆ
โอ้ว ผู้ชายไทย My god ! ><"
ความหวัง....
ขอบคุณเพือนๆไดคลับทุกคนค่ะ
ทำไมไม่ดิ้น ?
True love...
ทำไมแม่ถึงเขียนไดอารี่
วันศุกร์แสนสุข
new hair....

 

 

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh